FBS ก้าวเข้าสู่ปีที่ 16

ปลดล็อกของรางวัลวันเกิด: ตั้งแต่แก็ดเจ็ตและรถในฝันไปจนถึงทริป VIPเรียนรู้เพิ่มเติม

31 มี.ค. 2025

หุ้น

HK50 ยังไร้แรงขับเคลื่อนใหม่ แม้จีนพยายามส่งสัญญาณบวกต่อนักลงทุนต่างชาติ

ภาพรวมตลาด

    แม้ว่าผู้นำจีนจะเร่งเดินหน้าเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ ด้วยการเปิดเวทีเจรจากับผู้นำภาคธุรกิจระดับโลกหลายราย แต่ดัชนี HK50 ซึ่งเป็นตัวแทนความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นฮ่องกงและเศรษฐกิจจีนโดยรวม ยังคงขาดแรงหนุนเชิงบวกอย่างแท้จริง ท่ามกลางบรรยากาศของความไม่แน่นอนที่ยังปกคลุม ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์และแนวทางนโยบายเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยคำถามและความกังวลจากภาคธุรกิจและนักลงทุน

      แม้ข้อมูลเศรษฐกิจจีนบางส่วนในเดือนมีนาคม เช่น ดัชนี PMI ทั้งภาคการผลิตและนอกภาคการผลิต จะปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 50 ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นสัญญาณของการขยายตัว แต่ภาพการฟื้นตัวในครั้งนี้ยังดูเปราะบางและฉาบฉวย มากกว่าจะบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) หดตัวลงถึง 29% และผลสำรวจจากหอการค้าอเมริกันในจีนก็สะท้อนความไม่มั่นใจอย่างชัดเจน โดยเกือบหนึ่งในสามของภาคธุรกิจอยู่ระหว่างการพิจารณาย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศ แม้ว่ารัฐบาลปักกิ่งจะพยายามอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการออกพันธบัตรพิเศษ รวมถึงการเติมทุนให้กับธนาคารของรัฐเพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ แต่สิ่งเหล่านี้ก็สะท้อนถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างในระบบการเงินจีน โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคธนาคารที่ยังเผชิญความเสี่ยงสะสม

      ในขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังคงเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันที่ไม่อาจมองข้าม โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงวิตกกังวลต่อความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะประกาศขึ้นภาษีนำเข้าใหม่ในช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งอาจดันอัตราภาษีสินค้าจีนขึ้นไปแตะเกือบ 60% หากเกิดขึ้นจริง ผลกระทบจะไม่เพียงกระทบต่อการส่งออกของจีนเท่านั้น แต่ยังอาจสั่นคลอนห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกโดยรวม แม้ว่าดัชนี PMI ภาคบริการจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย และยอดค้าปลีกในช่วงสองเดือนแรกของปีโต 4% แต่แรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างที่แท้จริง ทั้งจากนโยบายภาครัฐและการฟื้นตัวของภาคเอกชน ยังไม่ปรากฏชัดเจน การบริโภคภายในประเทศยังถูกจำกัดจากรายได้ประชากรที่เติบโตช้า และระบบสวัสดิการที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ส่งผลให้ประชาชนยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ เงินทุนทั่วโลกที่มีแนวโน้มไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงค่าเงินหยวนที่ยังถูกกดดันจากภาพรวมเศรษฐกิจ ก็ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันดัชนี HK50 อย่างต่อเนื่องทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

HK50     

คู่ดัชนี Hang Seng Index (HK50) ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง (H4) ล่าสุดภาพรวมทางเทคนิคได้เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนจากที่ก่อนหน้านี้ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway ที่แคบต่อเนเนื่อง (กรอบสีแดง) ซึ่งล่าสุดได้มีแรงขายเข้ามากดดันจนสามารถหลุดออกจากกรอบราคาดังกล่าว รวมทั้งยังทะลุเส้น Trend Line ขาขึ้นที่เคยทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญได้สำเร็จ สะท้อนถึงแรงกดดันจากฝั่งผู้ขายที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องและทำให้โมเมนตัมของแนวโน้มกลับมาเป็นขาลงได้อีกครั้งในระยะสั้นถึงกลาง ทั้งนี้ หากพิจารณาจากตัวบ่งชี้สำคัญ จะเห็นได้ชัดเจนว่า RSI เริ่มปรับตัวลงมาอยู่ที่บริเวณ 31.27 ใกล้เคียงกับโซนต่ำ (Oversold) ซึ่งสะท้อนถึงแรงขายที่ยังคงมีอยู่ในตลาด ขณะที่ MACD ได้ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับศูนย์ โดยเส้น MACD อยู่ใต้เส้นสัญญาณ และฮิสโตแกรมแสดงโมเมนตัมขาลงที่แข็งแกร่ง สัญญาณทั้งสองบ่งบอกถึงการที่ดัชนียังมีโอกาสจะปรับตัวลดลงต่อได้อีกในระยะถัดไป ในทางเทคนิค หลังจากที่ดัชนีหลุดลงมาต่ำกว่ากรอบราคาสีแดง และทะลุเส้นแนวโน้มที่เคยเป็นจุดสำคัญได้แล้ว สถานการณ์ดังกล่าวจะเพิ่มแรงกดดันให้กับแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจนมากขึ้น แนวรับที่สำคัญที่ราคาจะเคลื่อนลงไปทดสอบในลำดับถัดไปคือบริเวณ 21,746.65 จุด ในขณะที่ทางด้านบน แนวต้านสำคัญจะอยู่ที่ระดับ 25,014.07 จุด ซึ่งหากราคาสามารถขึ้นไปทดสอบได้ ก็อาจส่งสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นได้กลับมามีความแข็งแรงแล้ว

HK50,H41521.png

การซื้อขายสกุลเงินต่างประเทศโดยใช้มาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน เนื่องจากการใช้เลเวอเรจที่สูงสามารถทำให้ทั้งกำไรและขาดทุนที่อาจได้รับเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การประเมินเป้าหมายการลงทุน ประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองอย่างเหมาะสมถือเป็นสิ่งจำเป็น

แบ่งปันกับเพื่อน ๆ:
Witsawa Lattaponpakorn

ผู้เขียน: Witsawa Lattaponpakorn

เปิดบัญชี FBS

โดยการลงทะเบียน คุณได้ยอมรับเงื่อนไขของ ข้อตกลงลูกค้า FBS และ นโยบายความเป็นส่วนตัว FBS และยอมรับความเสี่ยงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการซื้อขายในตลาดการเงินระดับโลก